Home » ลูกค้าบุกปิดล้อมบริษัทประกัน​ ทวงจ่ายเคลมประกันโควิดเจอจ่ายจบล่าช้า | ข่าวเด่นทั่วไทย | TOP NEWS | บริษัท ประกันภัย อาคเนย์

ลูกค้าบุกปิดล้อมบริษัทประกัน​ ทวงจ่ายเคลมประกันโควิดเจอจ่ายจบล่าช้า | ข่าวเด่นทั่วไทย | TOP NEWS | บริษัท ประกันภัย อาคเนย์

ลูกค้าบุกปิดล้อมบริษัทประกัน​ ทวงจ่ายเคลมประกันโควิดเจอจ่ายจบล่าช้า | ข่าวเด่นทั่วไทย | TOP NEWS


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ม็อบโควิดวัคซีนTOPNEWS
ติดตามข่าวคลิปเด่นได้ที่ : https://bit.ly/TOPKhaodenxSubYT
.
ดาวน์โหลด APP : TOP NEWS : http://onelink.to/c68pbd
.
โฆษณาติดต่อ (คุณติ๊ก)
[email protected]
0816490178
.
ติดตามข่าวสารจากทางเราได้ จากทุกๆ ช่องทาง
กล่อง PSI, INFOSAT, GMMZ, IPM , CSAT, TIK , 3BB, TOT ช่องหมายเลข 77 , AIS ช่องหมายเลข 658
.
Website : https://www.topnews.co.th
FB : https://bit.ly/FBTOPTV
IG : https://bit.ly/IGTOPTV
Twitter : https://bit.ly/TWTOPTV
Line : https://bit.ly/LINExTOPTV

ลูกค้าบุกปิดล้อมบริษัทประกัน​ ทวงจ่ายเคลมประกันโควิดเจอจ่ายจบล่าช้า | ข่าวเด่นทั่วไทย | TOP NEWS

ญาติติดใจ สาววัย 29 ดับสลด หลังฉีดวัคซีนไขว้ ซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นา


ประจวบคีรีขันธ์มีกรณีนางสาวสรัลรัตน์ สาริมาน หรือน้องดรีม อายุ 29 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ที่กรุงเทพมหานคร หลังจากฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน
โดยครอบครัวติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ตายมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีการตรวจสุขภาพประจำปี โดยไม่เคยมีโรคประจำตัวอื่นใดมาก่อนหน้านี้
นางพรนภัส แมคคาเดล พี่สาวน้องดรีม เล่าให้ฟังว่า น้องสาวเรียนหนังสือที่โรงเรียนกิตติคุณ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่ปัจจุบันครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ จ.เชียงราย และกำลังจะขึ้นบ้านใหม่ ทำให้น้องสาวต้องการฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็มเพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวก
ซึ่งน้องสาวได้จองซื้อวัคซีนโมเดอร์นาไว้ 2 เข็ม แต่วัคซีนมาช้าและเลื่อนกำหนดเวลา จึงตัดสินใจไปฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ก่อนเป็นเข็มที่ 1 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ รพ.ปิยเวช
จากนั้นวัคซีนโมเดอร์นาที่จองซื้อไว้เข้าไทย น้องสาวจึงตัดสินใจไปฉีดวัคซีนโมเดอร์นาดังกล่าว เป็นเข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ รพ.เกษมราษฎร์ โดยในคืนวันที่ฉีดวัคซีน น้องสาวได้บอกกับครอบครัวว่า รู้สึกเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วเล็กน้อย ต่อมาวันที่ 23 พ.ย.ได้วัดความดันพบว่าปกติ แต่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 130 ซึ่งเต้นเร็วมาก แค่ขึ้นบันไดก็รู้สึกเหนื่อย เจ็บหน้าอก และหายใจไม่ทั่วท้อง โดยได้นอนพักดูอาการอยู่ที่บ้าน
กระทั่งวันที่ 25 พ.ย.จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ ที่ รพ.เกษมราษฎร์ พร้อมแจ้งว่าเพิ่งฉีดวัคซีนโมเดอร์นา และมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ซึ่งคุณหมอไม่ได้ติดใจว่าอาการดังกล่าว เกิดจากผลกระทบของการฉีดวัคซีนหรือไม่ แต่ติดใจว่า น้องสาวอาจจะเป็นไทรอยด์ จึงมีการเจาะเลือดและนัดมาฟังผลอีกครั้ง พร้อมทั้งให้กลับบ้าน
ซึ่งวันที่ 26 พ.ย.ขณะที่อยู่ที่บ้าน น้องมีอาการชักเกร็ง ไม่มีสติ ถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งยังไม่มีการตรวจเกี่ยวกับผลกระทบจากวัคซีนเช่นเดิม แต่มีการเจาะเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ และอีกหลายอย่าง และยังคงให้รอผลตรวจไทรอยด์ ปรากฏว่าพอผลตรวจออกมาพบว่า อาการดังกล่าวไม่ใช่ไทรอยด์
จากนั้นน้องสาวถูกนำส่งห้องไอซียู แพทย์ตรวจพบว่า มีลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด จึงทำการผ่าตันตรวจ โดยหลังจากผ่าตัดแค่คืนเดียว น้องสาวก็เสียชีวิต ในวันที่ 28 พ.ย. โดยทางโรงพยาบาลระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากอาการลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดจากผลข้างเคียงหรือเป็นอาการไม่พึ่งประสงค์ของการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาหรือไม่ และไม่มีการพิสูจน์ในประเด็นดังกล่าว
ทางครอบครัวจึงนำร่างของน้องไปสถาบันนิติเวช เพื่อให้ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างไว้แล้ว รอผลการตรวจประมาณ 45 วัน และอนุญาตให้นำร่างน้องมาประกอบพิธีทางศาสนาได้แล้ว ซึ่งระยะเวลา 45 วันค่อยข้างนานมาก
อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบให้เร็ว เพื่อให้ญาติได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว และอยากให้น้องได้รับความยุติธรรม เพราะการฉีดวัคซีนถือเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม เมื่อน้องสาวได้รับผิดชอบเพื่อส่วนรวมแล้ว แต่ปรากฏว่าน้องเสียชีวิต ส่วนรวมจะมีความรับผิดชอบเพื่อน้องสาวของตนอย่างไร

See also  How to Download Apps on Old iPad (iPad Mini / iPad 1, 2, 3, 4 / iPad Air) | ipad ใส่ ซิ ม

ทั้งนี้ ครอบครัวติดใจสงสัยและอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบในประเด็นแรกคือ ผลกระทบหรือเอฟเฟคของวัคซีนโมเดอร์นาว่า จริง ๆ แล้วมีอะไรบ้าง ซึ่งทางแพทย์ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า วัคซีนโมเดอร์นา มีเอฟเฟคคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอย่างเดียว

แต่ไม่มีผลวิจัยใด ๆ ระบุว่าอาจจะเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันด้วย ซึ่งยอมรับว่าเรื่องวัคซีนโควิดเป็นเรื่องที่ใหม่มาก การวิจัยอาจไม่ครอบคลุมและทั่วถึง อยากให้น้องสาวเป็นกรณีศึกษา ว่าอาจจะมีผลทำให้ลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ ได้หรือไม่

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/program/268214

เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 2 ธันวาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

ญาติติดใจ สาววัย 29 ดับสลด หลังฉีดวัคซีนไขว้ ซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นา

อาคเนย์ประกันภัย ยันปรับปรุงระบบ จ่ายค่าสินไหมประกันโควิดใน 5 วัน หลังลูกค้าโวยรอหลายเดือน


ช่วงสายวานนี้ (2 ก.ย.) กลุ่มลูกค้าที่ทำประกันภัยโควิด19 เจอจ่ายจบ กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด กว่า 100 คน รวมตัวกันเดินทางมาที่อาคารอาคเนย์ประกันภัย สีลม เพื่อทวงถามการจ่ายค่าสินไหม หลังต้องรอนานหลายเดือน

ตัวแทนผู้เสียหาย บอกว่า ตนได้ยื่นเคลมมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้ผ่านมากว่า 2 เดือน ก็ยังไม่ได้รับเงินค่าสินไหม ทั้งที่บริษัทโฆษณาไว้ว่าจะจ่ายใน 1 วัน หรือไม่เกิน 15 วัน ซึ่งตนเข้าใจว่ามีคนที่ยื่นเคลมเยอะ อาจจะทำให้ล่าช้า

แต่มองว่าระบบการจัดการของที่นี่ก็ไม่ดีด้วย เพราะการติดตามทวงถามทำได้ยากมาก คอลเซ็นเตอร์โทรไม่มีคนรับ ต้องรอสายนาน ทำให้ติดต่อไม่ได้ และไม่สามารถติดตามเรื่องได้

โดยตนได้พบผู้ที่เข้าไปร้องเรียนที่หน้าเพจของบริษัทในลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก จึงสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมารวบรวมผู้เสียหายได้กว่า 1,600 คน มีปัญหาที่เจอหลายรูปแบบ ทั้งข้อมูลไม่ขึ้นในระบบติดตามสถานะ ส่งเอกสารไปแล้วแต่ผ่านไป 15 วัน บริษัทแจ้งขอเอกสารใหม่ รวมถึงสถานะขึ้นว่าโอนเงินแล้ว แต่เงินยังไม่เข้า

วานนี้ (2 ก.ย.) ผู้เสียหายบางส่วนจึงนัดกันเดินทางมาร้องเรียน เพราะในฐานะลูกค้าก็ต้องการความเชื่อมั่น ตอนที่ตัดสินใจทำประกันกับที่นี่ก็เพราะมองว่าเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้

See also  เฉลิมพล มาลาคำ ขาดเธอขาดใจ | android พื้นที่เต็ม

วานนี้ (2 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ของอาคเนย์ประกันภัย ได้มาตกลงพูดคุยกันกับกลุ่มลูกค้าที่มาร้องเรียน และดำเนินการให้เจ้าหน้าที่สินไหมลงมาตั้งโต๊ะรับเรื่อง โดยระบุว่าจะดำเนินการจ่ายเงินให้ภายใน 5 วันทำการ ซึ่งทางผู้เสียหายได้ขอให้มีการเซ็นยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร หากภายใน 5 วันทำการยังไม่ได้รับเงิน จะดำเนินการแจ้งความต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความล่าช้าจริง โดยในช่วงแรกๆ สามารถเคลมประกันให้ได้ในเวลาที่กำหนดไว้ แต่เมื่อมีผู้ยื่นเคลมจำนวนมาก ทำให้ระบบมีปัญหา ซึ่งขณะนี้ได้มีการพัฒนาช่องทางยื่นเคลมผ่านระบบ icovid ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น line oa โดยจะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น แก้ปัญหาคอขวด ซึ่งระบบใหม่จะสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (3 ก.ย. 64) เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนหน้านี้ที่เป็นช่วงรอยต่อในการพัฒนาระบบ อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการโหลดเอกสาร หรือการอัพเดทสถานะ ตามที่ลูกค้าร้องเรียนได้บ้าง ยืนยันว่าตอนนี้มีการแก้ไขปัญหาและพร้อมดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/program/256053

เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 3 กันายน 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

อาคเนย์ประกันภัย ยันปรับปรุงระบบ จ่ายค่าสินไหมประกันโควิดใน 5 วัน หลังลูกค้าโวยรอหลายเดือน

ทหารหึงโหด! ไม่ยอมหย่าเมีย ยิงรัว 8 นัดดับ ก่อนหนีไปยิงตัวตาย ในศาลหลักเมือง


เมื่อเวลา 10.45 น. วานนี้ (9 ธ.ค. 64) พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุ สภ.กันทรลักษ์ ว่า ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ
จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ภาคิน ขันติวงศ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ นำ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ และชุดสืบสวนออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบว่า มีผู้ถูกยิงชีวิตทราบชื่อภายหลังว่าคือ น.ส.เชาวนี อารีย์ อายุ 34 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณเบาะที่นั่งด้านคนขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน ผค 4269 จังหวัดอุบลราชธานี ถูกยิงด้วยอาวุธไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณศีรษะตามลำตัว รวม 8 นัด ปลอกกระสุนปืนเกลื่อนบริเวณ
สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศมีอาวุธปืนไม่ทราบสังกัด ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงผู้ตาย จากนั้น ได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์ด สีแดง หมายเลขทะเบียน ฏฮ 4446 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป
พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ออกติดตามคนร้ายและได้วิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสกัดจับ จนพบเห็นรถยนต์คันดังกล่าวขับขี่มาจอดอยู่ที่หน้าที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ฝั่งตะวันออก พ.ต.ท.ภทรธร จึงได้สั่งเจ้าหน้าที่ล้อมรถยนต์คันดังกล่าว แต่ไม่พบบุคคลใดภายในรถยนต์ แต่มีประชาชนเห็นชายแต่งเครื่องแบบทหารถือปืนวิ่งลงจากรถยนต์ขึ้นไปภายในบริเวณศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 1 นัด
พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปิดล้อมบริเวณศาลหลักเมือง และได้เรียกให้บุคคลที่อยู่ด้านในออกมาแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปิดล้อมได้สังเกตเห็นมีชายในแต่งกายเครื่องแบบทหารนอนนิ่ง
จึงได้เข้าไปตรวจสอบปรากฎว่ามีรอยถูกกระสุนยิงที่บริเวณศีรษะนอนเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังว่า ชื่อนายประยงค์ สมพงษ์ อายุ 34 ปี ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 นัด มีรอยถูกยิงที่บริเวณศีรษะพร้อมกำปืนนอนจมกองเลือด
ทั้งนี้มีภาพเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ พลอาสาสมัครประยงค์ ซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศได้เดินทางมาที่สำนักทะเบียน ที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ เพื่อที่จะจดทะเบียนหย่ากับ น.ส.เชาวนี ซึ่งเป็นภรรยา
โดยพลอาสาสมัครประยงค์ มีญาติประกอบด้วยน้องชายกับแม่มาด้วย ส่วน น.ส.เชาวนี มีนางถวิล อารีย์ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นแม่มาด้วย โดยพลอาสาสมัครประยงค์ได้เดินเข้าไปในห้องทะเบียน จากนั้น ได้เดินออกมาจากห้องและได้เดินเข้าไปในห้องทะเบียนใหม่ และได้เดินมาออกมาจากห้องพร้อมด้วย น.ส.เชาวนี และญาติทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งพลอาสาสมัครประยงค์ พยายามจะเข้าไปจับยื้อยุดจับแขนของ น.ส.เชาวนี แต่ว่าแม่ของ น.ส.เชาวนี ได้เข้าไปขวางเอาไว้ เนื่องจากเกรงว่า น.ส.เชาวนี อาจจะโดนทำร้าย
จากนั้น ได้พากันเดินมาที่ประตูทางเข้าซึ่งมีการพูดคุยกันและพลอาสาสมัครประยงค์พยายามจะเข้าไปหา น.ส.เชาวนี แต่ว่า นางถวิล แม่ของ น.ส.เชาวนี ได้ใช้ตัวเองขวางกั้นกลางเอาไว้ ต่อมาทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินออกไปที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นที่จอดรถของ น.ส.เชาวนี เป็นรถกระบะโตโยต้าสีขาว และรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ดสีแดงของพลอาสาสมัครประยงค์ จอดอยู่ใกล้กัน โดยมีรถกระบะสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ตรงกลาง
ต่อมา นางถวิล แม่ของ น.ส.เชาวนี และญาติของพลอาสาสมัครประยงค์รวมทั้งประชาชนบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ได้แตกฮือวิ่งหนีเนื่องจากว่า ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด โดยพลอาสาสมัครประยงค์ได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.รัวยิง น.ส.เชาวนี จากด้านข้างรถกระบะที่ น.ส.เชาวนี นั่งอยู่กระสุนทะลุกระจกด้านข้างแตกกระจาย
จากนั้นพลอาสาสมัครประยงค์ ได้เดินอย่างใจเย็นไปขึ้นรถของตนที่จอดอยู่ใกล้กันหลบหนีไปจอดรถที่ข้างศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ แล้วถือปืนวิ่งขึ้นไปบนศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ จากนั้นใช้อาวุธปืนที่ถือมายิงศีรษะตนเองเสียชีวิต เพื่อหนีความผิดที่เกิดขึ้น
นางถวิล อารีย์ อายุ 59 ปี เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วย น.ส.เชาวนี อารีย์ อายุ 34 ปี ผู้ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งเป็นลูกสาวของตน ได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้มาบอกกับตนว่า ไม่สามารถที่จะอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายประยงค์ สมพงษ์ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหาร อยู่ที่กรุงเทพได้ หลังจากที่ได้จดทะเบียนสมรสกันได้นาน 8 เดือนที่สำนักทะเบียนดอนเมืองกรุงเทพ จึงได้นัดหมายกันมาจดทะเบียนหย่ากันที่ที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ แต่เมื่อมาถึงที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ฝ่ายชายไม่ยอมหย่า อีกทั้งอยู่ในระหว่างการรอคิวในการดำเนินการ จึงได้เกิดมีปากเสียงกัน
ตนพร้อมด้วย น.ส.เชาวนี จึงได้เดินลงจากที่ว่าการอำเภอมาที่รถยนต์ที่จอดอยู่เพื่อที่จะขับขี่ออกจากอำเภอ และปรากฏว่า นายประยงค์ ได้เดินไปเอาอาวุธปืนที่อยู่ในรถยนต์ฟอร์ด ออกมายิง น.ส.เชาวนี จำนวน 8 นัด ต่อหน้าตน จากนั้นนายประยงค์ไปขับขี่รถยนต์หลบหนีไป

See also  คำแนะนำในการโรมมิ่ง ใช้เน็ตที่ต่างประเทศ | XOXXAX Tips | ais เปิด roaming

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/program/269387

เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 10 ธันวาคม 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

ทหารหึงโหด! ไม่ยอมหย่าเมีย ยิงรัว 8 นัดดับ ก่อนหนีไปยิงตัวตาย ในศาลหลักเมือง

ชาวจะนะ ร่ำไห้ นายกฯไม่ฟังเสียงประชาชน – เข้มข่าวค่ำ


สำหรับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ตั้งแต่ช่วงเย็น พวกเขานัดรวมตัวไปปักหลัก ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น และ ประกาศว่าจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อ ไม่กลัวจะถูกสลายซ้ำเหมือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ชาวจะนะ ร่ำไห้ นายกฯไม่ฟังเสียงประชาชน - เข้มข่าวค่ำ

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Tech

Leave a Reply

Your email address will not be published.