Home » [Update] ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ม วีซ่าอเมริกา ออนไลน์ (DS-160) | โทร ไป อเมริกา – Uptechitalia

[Update] ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ม วีซ่าอเมริกา ออนไลน์ (DS-160) | โทร ไป อเมริกา – Uptechitalia

โทร ไป อเมริกา: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Table of Contents

ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ม วีซ่าอเมริกา ออนไลน์

(DS-160) อย่างละเอียด

ในการขอวีซ่าอเมริกา สิ่งที่ผู้ยื่นขอวีซ่าทุกคนต้องทำ คือ กรอกฟอร์ม

DS-160

เพื่อ

submit

เข้าไปในระบบ ก่อนที่จะได้รหัสเพื่อนำไปจ่ายค่าธรรมเนียม เมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ในระบบจึงจะขึ้นให้เราเข้าไปทำนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์อีกที

การกรอก DS-160 นั้นมีความสำคัญมาก ถ้าเรากรอกรายละเอียดครบถ้วน ถูกต้อง เหตุผลชัดเจน จะช่วยในตอนสัมภาษณ์ได้มาก ยิ่งเจ้าหน้าที่อ่านแล้วได้ข้อมูลครบ อาจจะถามแค่ไม่กี่คำ แล้วให้วีซ่าได้เลย ดังนั้นทุกคนที่ยื่นขอวีซ่าอเมริกาควรทำตรงนี้ให้ดีที่สุด

วีซ่าอเมริกา ประเภทที่มีคนยื่นขอมากที่สุด จะเป็นวีซ่าธุรกิจและท่องเที่ยว

BUSINESS & TOURISM (TEMPORARY VISITOR) (B1/B2)

หรือส่วนใหญ่เราก็จะเรียกกันง่ายๆว่า วีซ่าท่องเที่ยว นั่นแหละ

ตรงนี้ถามว่าถ้าแบบนั้นขอเป็น

B2

อย่างเดียว ซึ่งเป็น

TOURISM

ไม่ต้องขอ

B1

ที่เป็นส่วนของ

BUSINESS

จะดีกว่ามั้ย ส่วนตัวผมมองว่าไม่ได้มีผลมากนะครับ และถ้าเป็นผมขอเอง ผมก็จะขอควบไปเลย เผื่อได้วีซ่ายาวๆ ครั้งนี้ไปเที่ยว ครั้งหน้าอาจจะไปเรื่องงานก็ได้ เงื่อนไขของวีซ่าจะได้ครอบคลุมทั้งหมด

ว่ากันมายาวละ เริ่มกันเลยดีกว่า

การจะเข้าไปกรอก

DS-160 (online)

นั้น จะต้องเข้าไปที่ลิ้งค์

พอเข้าไปแล้วก็จะเจอเว็บไซต์หน้าตาแบบนี้

สิ่งที่เราต้องทำ คือ เลือก

Location

ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าเรายื่นในเมืองไทย จะมีให้เลือกคือ

BANGKOK

กับ

CHIANG MAI

นะครับ

[1]

จากนั้นใส่

Code

ตามที่เห็น

[2]

และเราสามารถเช็คได้ตั้งแต่ขั้นตอนนี้เลยว่า ไฟล์รูปที่เราเตรียมมาเพื่ออัพโหลดนั้นใช้ได้หรือไม่ จะอยู่ตรง

Test Photo

ตรงกลาง

[3]

แล้วเราก็เลือกครับว่าจะทำอะไร ถ้าเรายังไม่ได้เริ่มกรอกอะไรเลย เราก็เลือก

START AN APPLICATION

[4]

หากเรากรอกค้างไว้ แล้ว

save

และ

download

มาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เราอยากจะกรอกต่อ ก็เลือก

UPLOAD AN APPLICATION

[5]

และหากจด

application ID

ไว้ เราก็สามารถกรอกต่อจากที่เราเคยกรอกไว้เดิม ได้ด้วยการเลือก

RETRIEVE AN APPLICATION

[6]

พอเราเข้ามาแล้ว ในหน้าถัดไป เราก็จะเจอเลข

application ID

ตรงนี้สามารถจดไว้ หรือเซฟไว้ในคอมฯ เพื่อใช้ในการเปิดใบสมัครเดิมที่เรากรอกค้างไว้ เผื่อกรอกไปแล้วมีปัญหา เช่น กรอกๆอยู่เน็ตหลุด คอมแฮ้งค์ จะได้ไม่ต้องเริ่มกรอกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นแนะนำให้จดไว้ครับ

[1]

จากนั้นก็ต้องตอบคำถาม

security question

ก็เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยของข้อมูลเราเองนี่แหละ เผื่อคนอื่นได้

application ID

ได้หน้าพาสปอร์ตเราไป จะเข้ามาแก้ไขข้อมูล แต่ก็จะมีโอกาสถูกกันไว้ด้วยคำถามนี้อีกที

(

ตรงนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาของคนทั่วไปอย่างเราๆ แต่ก็อธิบายเผื่อไว้นะครับ

)

[2]

จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลของเราซึ่งเป็นผู้ที่ยื่นขอวีซ่า

Surnames –

นามสกุล

[1]

Given Names –

ชื่อ

[2]

Full Name in Native Alphabet –

ชื่อในภาษาของเรา ในกรณีนี้ก็เป็นภาษาไทย แต่ก็จะเห็นว่าด้านล่างของช่องนี้ มีที่ให้ติ๊ก

Does Not Apply/Technology Not Available

อยู่ ในกรณีที่เราไม่สามารถกรอกชื่อเราในภาษาของเราได้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

[3]

คำถามต่อมาเป็นคำถามเกี่ยวกับชื่อ หากเราเคยใช้ชื่ออื่น ก็ต้องตอบ

Yes

หากไม่เคย ก็ตอบ

No

[1]

ส่วนคำถามเกี่ยวกับ

telecode

ตรงนี้เท่าที่ผมทราบ อักษรไทย ไม่มี

telecode

นะครับ ก็ตอบ

No

ได้เลย

[2]

ถัดมาเลย เป็นคำถามเกี่ยวกับ เพศของผู้ยื่นขอวีซ่า

[1]

,

สถานภาพ

(

โสด

,

สมรส

,

หย่าร้าง

,

ฯลฯ

)

[2]

,

วัน เดือน ปีเกิด

[3]

,

สถานที่เกิด

[4]

ยังอยู่ในส่วนของข้อมูลผู้ยื่นขอวีซ่า

สัญชาติ ก็เลือกไปตามจริง

[1]

ส่วนคำถามถัดมา คือ เรามีสัญชาติอื่นนอกจากที่เราเลือกไว้หรือไม่ บางคนถือสองสัญชาติอะไร ก็ต้องแจ้ง ส่วนคนที่ถือสัญชาติเดียวก็ตอบ

No

[2]

หรือ เรามีสถานะเป็นผู้มีถิ่นอาศัยถาวร

(Permanent Resident)

ของประเทศไหนด้วยหรือไม่ เช่น บางคนอาจจะถือ

PR

ของออสเตรเลีย ตรงนี้ก็กรอกไป หากไม่มีก็ตอบ

No

[3]

National Identification Number

คือ เลขประจำตัวประชาชน เราก็กรอกของไทยได้เลย

[4]

ส่วน

U.S. Social Security Number

[5]

กับ

U.S. Taxpayer ID Number

[6]

ใครมีก็กรอก

ใครไม่มีก็ติ๊กช่อง

Does Not Apply

จากนั้นเป็น

Address

หรือ ที่อยู่ เราก็กรอก Home Address ที่อยู่ในบัตรประชาชนของเราไปให้ครบครับ

[1]

ถัดมาจะมีคำถามว่าที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสาร

(Mailing Address)

ของเราตรงกับที่อยู่ที่เรากรอกไว้ข้างบนมั้ย ถ้าตรงเราก็ตอบ

Yes

แต่หากไม่ตรง ตอบ

No

แล้วก็ต้องกรอก

Mailing Address

เพิ่ม

[2]

ถัดมาอีกก็กรอกเบอร์โทรศัพท์

[1]

หากมีหลายเบอร์ หรือมีเบอร์ที่ทำงานด้วย ก็กรอกไปได้หมด

แล้วก็

Email Address

[2]

จากนั้นก็เป็นส่วนของข้อมูลหนังสือเดินทาง

(Passport Information)

ช่องแรก ประเภทของหนังสือเดินทาง สำหรับหนังสือเดินทางไทย สีเลือดหมู แบบที่ส่วนใหญ่มีกันคือ แบบ

REGULAR

[1]

ส่วนแบบอื่นอาจจะมีหนังสือเดินทางราชการ หนังสือเดินทางทูต อันนั้นก็เลือกเอา

ช่องต่อมา หมายเลขหนังสือเดินทาง

[2]

และต่อมา

Passport Book Number

คือ หมายเลขเล่มหนังสือเดินทาง เข้าใจว่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย เลขที่อยู่บนเล่ม จะเป็นเลขเดียวกับหมายเลขหนังสือเดินทาง ดังนั้นเราไม่ต้องกรอกก็ได้นะครับ ติ๊กช่อง

Does Not Apply

ได้เลย

[3]

ต่อมา หนังสือเดินทางเป็นของประเทศไหน ก็เลือก ในที่นี้ก็เลือก

THAILAND

ครับ

[4]

ในกรอบเล็กเป็นสถานที่ที่ออกหนังสือเดินทาง จริงๆใส่เฉพาะ

City

กับ

Country

ก็ได้นะครับ แต่ถึงใส่เกินไป คือ ครบทั้ง

3

ช่องเลย ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการพิจารณาวีซ่า

[5]

สุดท้ายในส่วนของหนังสือเดินทาง คือ วันออกหนังสือ

[1]

และวันหมดอายุ

[2]

และปิดด้วยคำถามว่า คุณเคยทำหนังสือเดินทางหาย หรือถูกขโมยหรือไม่ ถ้าไม่เคย ก็ติ๊กช่อง

No

[3]

ส่วนถัดมา เป็นเรื่องของรายละเอียดการเดินทาง (Travel Information)

อันแรกเลยคือ วัตถุประสงค์ของการเดินทาง ถ้าเราต้องการจะไปท่องเที่ยว หรือทำธุระส่วนตัวของเรา

Purpose of Trip to the U.S.

คือ

TEMP. BUSINESS PLEASURE VISITOR (B)

[1]

ลงรายละเอียด

คือ

เป็น

BUSINESS & TOURISM (TEMPORARY VISITOR) (B1/B2)

[2]

ข้อต่อมา ถ้าคุณมีกำหนดการณ์ที่ชัดเจนมากๆอยู่แล้ว คุณตอบ

Yes

[1]

คุณจะต้องกรอกข้อมูล วันที่คุณจะเข้าประเทศ

[2]

เที่ยวบินขาเข้า

(

ถ้ารู้

)

[3]

เมืองที่คุณจะเดินทางเข้า

[4]

รวมถึงวันที่คุณจะเดินทางออก

[5]

เที่ยวบินขาออก

(

ถ้ารู้

)

[6]

เมืองที่คุณจะเดินทางออก

[7]

และก็สถานที่ที่คุณจะไปในประเทศอเมริกา

[8]

ส่วนนี้ถ้าคุณไปหลายที่หลายเมือง มีปุ๋ม

+ Add Another

และ ปุ่ม

– Remove

เผื่อคุณต้องการเพิ่มรายละเอียดให้ชัดที่สุด

แต่ข้อนี้ หากคุณตอบ

No

[1]

ก็จะใส่ข้อมูลการเดินทางน้อยลงมาก เหลือแค่วันที่คาดว่าจะไปถึง

[2]

และระยะเวลาที่เราจะอยู่ในประเทศอเมริกา

[3]

ต่อจากข้อมูลการเดินทาง ก็ขณะจะเป็นข้อมูลของที่พักที่เราอยู่ในประเทศอเมริกา

[1]

ต้องมีที่อยู่ หรือ

Address

ชัดเจน กรณีนี้ ถ้าเราพักบ้านญาติ คนรู้จัก แฟน เราสามารถใส่ที่อยู่ของเค้าได้เลย หากเราพักโรงแรม เราก็ใส่

Address

ของโรงแรมได้

กรณีที่พักหลายที่ ส่วนใหญ่ก็ดูเป็นกรณีไป บางทีผมก็ใส่ที่พักที่แรก ในเมืองที่เราเดินทางเข้า หรือบางทีหากเราพักทั้งบ้านญาติ ทั้งโรงแรม ผมก็จะใส่ที่อยู่บ้านญาติ อันนี้ดูเป็นกรณีๆไป ไม่มีกฎตายตัว แต่ต้องเลือกมาใส่ซักทีหนึ่ง

ในช่องต่อมา เป็นการระบุผู้ที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทริปนี้

[2]

ถ้าเป็นตัวเอง ก็ใส่

SELF

ส่วนกรณีที่มีผุ้อื่นออกเงินให้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล

,

บริษัทต้นสังกัดในไทย

,

บริษัทที่อเมริกา ก็เลือกไปตามจริง

ต่อมาเป็นข้อมูลของผู้ที่เดินทางพร้อมกับเรา

(Travel Companions Information)

ถ้าเรามีคนเดินทางพร้อมกับเราด้วย ตอบ

Yes

[1]

หากไม่มีใครเดินทางพร้อมเรา เราเดินทางคนเดียว ตอบ

No

เราเดินทางเป็นกรุ๊ป หรือเดินทางมาในรูปแบบองค์กรใดหรือไม่ ถ้าไม่ เราก็ตอบ

No

[2]

จากนั้นเราก็ต้องกรอก ชื่อ

นามสกุล ของคนที่เดินทางพร้อมเรา

[3]

รวมถึงความสัมพันธ์ของของเรากับคนที่เดินทางด้วยกัน

[4]

เป็นสามี

ภรรยา เป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง ก็ระบุไปตามจริงครับ

ถัดมาจะเป็นเรื่องประวัติการเดินทางมาประเทศสหรัฐอเมริกาของเรา

(Previous U.S. Travel Information)

ถ้าเราไม่เคยมาเลย ก็ตอบ

No

แต่ถ้าเคยมาแล้วก็ตอบ

Yes

[1]

และต้องระบุรายละเอียดการเดินทางทุกครั้ง มีปุ่ม

+

แล

ให้คลิ๊กเพิ่มลดจำนวน การกรอกข้อมูลตรงนี้

[2]

ถ้าคนที่เคยไปอเมริกาครั้งสองครั้ง ก็กรอกไม่ยาก แต่หากใครเคยไปมาแล้วเป็นสิบๆครั้ง ก็จะลำบากหน่อย ถ้าถามว่าจำไม่ได้ หรือกรอกไม่ครบเป็นอะไรมั้ย ตรงนี้ขึ้นอยู่กับประวัติของเราเอง ถ้าเราไม่เคยทำอะไรผิดเลยทุกครั้งที่ไป อันนี้ไม่น่าจะมีปัญหาครับ เจ้าหน้าที่เข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้ากรอกได้ทั้งหมดก็ดี

คำถามต่อมาคือ เรามี หรือเคยมีใบขับขี่ของประเทศสหรัฐอเมริกา

(U.S. Driver’s license)

หรือไม่ ถ้ามีก็ตอบ

Yes

และระบุข้อมูลใบขับขี่ของเรา หากไม่มีก็ตอบ

No

[3]

จากนั้นจะเจอ คำถามว่าเราเคยมีวีซ่าอเมริกา หรือไม่ ถ้าไม่ก็ตอบ

No

[1]

แต่ถ้าเคยมีก็ตอบ

Yes

และต้องให้รายละเอียดของวีซ่าตัวสุดท้ายที่เราเคยมี

วีซ่านั้นออกเมื่อไหร่

[2]

หมายเลขวีซ่า

[3]

อันนี้ถ้าไม่รู้ หรือจำไม่ได้ สามารถติ๊ก

Do Not Know

สมัครวีซ่าประเภทเดิมใช่หรือไม่

[4]

ถ้าคราวก่อนเรามีวีซ่า

B1/B2

แล้วคราวนี้สมัครเหมือนเดิม ก็ตอบ

Yes

ครั้งนี้ สมัครจากประเทศที่เคยออกวีซ่าให้เรา หรือประเทศที่เราอยู่อาศัยใช่หรือไม่

[5]

เคยเก็บลายนิ้วมือ

(

ตอนขอวีซ่าอเมริกา

)

ทั้ง

10

นิ้วรึยัง

[6]

วีซ่าที่เราได้รับ เคยหาย หรือถูกขโมยหรือไม่

[7]

เคยถูกยกเลิก หรือถอนวีซ่าอเมริกาหรือไม่

[8]

คำถามต่อมา คือ คุณเคยโดนปฏิเสธวีซ่าอเมริกา หรือ เคยโดนปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอเมริกา หรือ เคยโดนยกคำร้องขอวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ ถ้าไม่ก็ตอบ

[1]

***

อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโดนยกคำร้อง น่าจะเป็นบางประเทศที่ขอวีซ่าเข้าอเมริกา

on arrival

ได้ ก็คือ ไปกรอกฟอร์มกันตรงด่าน ตม

.

เลย แต่ประเทศไทยไม่ใช่แบบนั้น ต้องขอวีซ่าไปก่อนนะครับ

***

ถ้ดมา เคยมีใครทำเรื่องวีซ่าถาวรของอเมริกาให้เรามั้ย ถ้าไม่มีก็ตอบ

No

[2]

จากนั้นเราต้องใส่ข้อมูลการติดต่อตัวเราในอเมริกา ซึ่งตรงนี้จะเป็น บุคคล หรือ องค์กร ก็ได้ แต่ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีเป็นบุคคล เราก็ใส่ นามสกุล

ชื่อ ของบุคคลนั้น

[1]

กรณีเป็นองค์กร เราก็ใส่ชื่อองค์กร

[2]

แล้วก็ใส่ความสัมพันธ์ เป็นญาติ หรือเป็นอะไรกับเราก็ใส่ไป

[3]

นอกจากชื่อและความสัมพันธ์แล้ว เราต้องให้ ที่อยู่

[1]

,

เบอร์โทร

[2]

,

และอีเมล

[3]

ด้วย สำหรับอีเมล หากไม่รู้ สามารถติ๊กช่อง

Does Not Know

ได้

ต่อมา ข้อมูลครอบครัว

เริ่มด้วย ของพ่อ

นามสกุล

[1]

,

ชื่อ

[2]

,

วัน เดือน ปี เกิด

[3]

ส่วนคำถามสุดท้าย คือ พ่อของเราอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ตอบ

No

[4]

ต่อด้วยข้อมูลของแม่

(

เหมือนกันกับของพ่อ

)

นามสกุล

[1]

,

ชื่อ

[2]

,

วัน เดือน ปี เกิด

[3]

ส่วนคำถามสุดท้าย คือ แม่ของเราอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ตอบ

No

[4]

ข้อต่อมา หากเรามีญาติใกล้ชิดที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

[1]

ถ้าไม่มีก็ตอบ

No

แต่ถ้ามี ข้อนี้ต้องตอบ

Yes

และกรอกข้อมูล

นามสกุล

ชื่อ

[2]

,

ความสัมพันธ์

[3]

,

สถานะของคนคนนี้ในประเทศอเมริกา

[4]

คือ จะถือวีซ่าชั่วคราว ถือกรีนการ์ด หรือเป็น

U.S. citizen

ก็เลือกตอบตามความจริง

***

ญาติใกล้ชิดในที่นี้ คือ คู่หมั้น

,

คู่ครอง

(

สามี

ภรรยา

),

บุตร

,

หรือ พี่

น้อง เท่านั้นนะครับ ถ้าเป็นลูกพี่ลูกน้อง เป็นลุงป้าน้าอา แบบนี้ไม่ว่าในชีวิตจริงจะใกล้ชิดสนิทสนมแค่ไหน ก็ไม่ต้องใส่ไปนะครับ

***

ข้อมูลครอบครัวต่อ เป็นส่วนของข้อมูลคู่ครอง หรือคู่สมรส

นามสกุล

ชื่อ

[1]

,

วัน เดือน ปี เกิด

[2]

,

สัญชาติ

[3]

,

เมืองที่เกิด

[4]

,

ประเทศที่เกิด

[5]

ที่อยู่ หากเป็นที่อยู่เดียวกับเรา ก็เลือกได้เลย

[6]

แต่หากเป็นคนละที่ก็ต้องกรอกข้อมูล

*** สำหรับข้อมูลส่วนนี้จะไม่มีให้กรอก หากเราระบุสถานะโสด

(single)

ตั้งแต่แรก

***

ต่อไปเป็นส่วนของ ข้อมูลการทำงาน

/

การศึกษา

(

ตรงนี้แนะนำให้กรอกให้ละเอียดที่สุดนะครับ เพราะเป็นส่วนที่สำคัญในการพิจารณาวีซ่า

)

ข้อมูลอาชีพหลัก

(Primary Occupation)

[1]

หากใครที่มีหลายอาชีพ ผมแนะนำว่าเอาอาชีพที่เราใช้เวลากับมันมากที่สุดก่อน ถ้าหากใช้เวลาพอๆกัน ก็เลือกอาชีพที่สร้างรายได้หลักให้กับเรา

กรอกชื่อนายจ้าง หรือหากเรากำลังศึกษาอยู่

(

ระบุอาชีพเป็นนักเรียนนักศึกษา

)

[2]

จากนั้นกรอกที่อยู่

,

เบอร์โทร ให้เรียบร้อย

[3]

ต่อมาให้หน้าเดิม ระบุวันที่เริ่มงาน

[1]

รายได้ต่อเดือน

(

ในหน่วยเงินของเรา

)

[2]

และอธิบายรายละเอียดงานของเรา ตรงนี้ผมแนะนำให้เขียนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้

[3]

หากงานนี้ไม่ใช่งานแรกของเรา ก็ตอบ

Yes

[1]

เราสามารถกรอกข้อมูลงานที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ได้ด้วย

ใส่ชื่อที่ทำงานเก่า

[2]

และที่อยู่ เบอร์โทรให้ละเอียด

[3]

ในหัวข้อเดิม ต้องใส่ชื่อตำแหน่งงานนั้นของเรา

[1]

ใส่ นามสกุล

ชื่อ ของหัวหน้า

[2]

ใส่ วัน เดือน ปี ที่เริ่ม

[3]

และ วัน เดือน ปี ที่ทำงานวันสุดท้าย

[4]

รวมถึงเขียนอธิบายรายละเอียดของงานนี้เช่นกัน

[5]

ข้อต่อมา หากเราเคยเรียนในระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป ก็ตอบ

Yes

[1]

แล้วเราก็ต้องกรอกข้อมูลสถานศึกษา

(

สูงสูด

)

ของเราด้วย

ชื่อ

ที่อยู่ของสถาบัน

[2]

หลักสูตรที่เราเรียน

[3]

วันที่เข้าเรียน

[4]

วันสุดท้ายของการเรียน

[5]

ส่วนต่อมา เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การทำงาน

/

การศึกษา

เราเป็นชนกลุ่มน้อย หรือ ชนเผ่าไหนหรือไม่ ถ้าใช่ก็ตอบ

Yes

แล้วใส่ข้อมูล ถ้าไม่ เราก็ตอบ

No

[1]

เราพูดภาษาใดได้บ้าง ที่แน่ๆ เราต้องใส่ภาษาแม่ หรือภาษาหลักของเรา

[2]

ส่วนใครที่พูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา ก็สามารถกด

+ Add Another

เข้าไปได้

[3]

ถัดมา หากเราเคยเดินทางไปประเทศไหน ในช่วง

5

ปีหลัง เราก็ตอบ

Yes

[1]

แล้วใส่รายละเอียดประเทศที่เราไปมา

[2]

หากไม่ได้ไปไหนเลย ก็ตอบ

No

ส่วนข้อต่อนี้ส่วนใหญ่ตอบ

No

ผมขออธิบายแค่คร่าวๆนะครับ

เราเคยอยู่ หรือทำงาน ในองค์กร เพื่อสังคม หรือไม่

No

[3]

เรามีความสามารถพิเศษ พวกทำระเบิด ทำนิวเคลียร์ หรืออาวุธเคมี หรือไม่

No

[4]

เราเคยรับราชการทหารหรือไม่

No

[5]

เราเคยอยู่ในกลุ่มกบฎใดๆ หรือไม่

No

[6]

***

ขออธิบายเพิ่มตรงนี้ว่า ชายไทยที่เกณฑ์ทหาร สามารถตอบ

Yes

แล้วเขียนอธิบายได้นะครับ แต่ที่ผ่านๆมาหลายคนก็ตอบ

No

ไปเพราะถือว่าไม่ได้เป็นทหารไปรบ หรือ เป็นแค่ทหารเกณฑ์ ไม่ได้รับผิดชอบในหน่วยงานทหารใดๆ ถือว่าไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาวีซ่า ส่วนคนที่เรียน รด

.,

จับได้ใบดำ

,

หรือไม่ได้เกณฑ์ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม อันนี้ตอบ

No

ชัดเจน

***

ส่วนต่อมา จะเป็นคำถาม เกี่ยวกับความมั่นคง และประวัติที่ผ่านมา

จะเป็นคำถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ คดีความ การกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในการขอวีซ่าแทบทุกประเทศนะครับ เหมือนเป็นหลักสากล ที่เค้าต้องถาม เผื่อมีการเช็คย้อนหลัง เราจะไม่สามารถอ้างได้ว่าเราไม่เคยถูกถามคำถามพวกนี้

กรณีที่ใครมีปัญหาจริงๆ ควรตอบตามจริง และเขียนอธิบาย เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องร้ายแรง หากไม่กรอกไป แล้วเจ้าหน้าที่มารู้ทีหลัง จะกลายเป็นเราที่ให้ข้อมูลเท็จ

แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยมีปัญหาอะไร ก็ตอบ

No

ให้หมดนะครับ

ข้อแรก คุณเป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือไม่

[1]

ถ้าใครเคยเป็น ก็ลองดูชื่อโรคเอานะครับ ว่าโรคที่เราเป็นอยู่ในลิสต์นี้รึเปล่า

คุณมีปัญหาด้านสมอง หรือร่างกาย ที่จะส่งผลต่อตัวเองและผู้อื่นหรือไม่

[2]

คุณเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดหรือไม่

[3]

ส่วนต่อมาเป็นส่วนของคดีความ ผมอธิบายคร่าวๆ ส่วนใหญ่ก็ตอบ

No

นะครับ

เคยต้องคดีอาญาใดๆหรือไม่

[1]

เคยฝ่าฝืนการโดนบังคับคดีหรือไม่

[2]

มาเพื่อค้าประเวณีในอเมริกา หรือเคยเกี่ยวข้อง หรือไม่

[3]

เคยมีส่วนกับการฟอกเงินหรือไม่

[4]

ต่อจากส่วนที่แล้ว อันนี้จะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ ก็ตอบ

No

นะครับ

เคยเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่

[1]

เคยมีส่วนร่วมรู้เห็นกับการค้ามนุษย์หรือไม่

[2]

คู่ครอง หรือ บุคร เคยเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่

[3]

ถัดมา จะเป็นคำถามเกี่ยวกับการก่อการร้าย ก็ตอบ

No

เช่นกัน

คุณจะเข้ามาเพื่อหาจารกรรมหรือไม่

[1]

คุณจะหาโอกาสเข้าร่วม หรือเคยร่วมการก่อการร้ายหรือไม่

[2]

คุณเคยเจตนาให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้ายหรือไม่

[3]

คุณเป็นสมาชิกองค์กรก่อการร้ายหรือไม่

[4]

ยังเป็นคำถามที่ต้องดอบ

No

เหมือนเดิมนะครับ

เคยเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์หรือไม่

[1]

เคยเกี่ยวข้องกับการทรมานมนุษย์หรือไม่

[2]

เคยเกี่ยวข้องกับการสั่งการ จ้างวานฆ่า หรือไม่

[3]

เคยเกี่ยวข้องกับการใช้งานทหารเด็กหรือไม่

[4]

ยังเป็นคำถามยากๆที่ตอบ

No

เหมือนเดิม

เคยทำงานที่เกี่ยวกับการคุกคามเสรีภาพทางศาสนาหรือไม่

[1]

เคยเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำแท้งผิดกฎหมายหรือไม่

[2]

เคยเกี่ยวข้องโดยตรงกับการซื้อขายอวัยวะหรือเซลล์ของมนุษย์หรือไม่

[3]

ต่อมา คุณเกี่ยวข้องหรือได้รับความช่วยเหลือให้ได้วีซ่าเพื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการปลอมแปลง หรือทำผิดกฎหมายหรือไม่ ตอบ

No

[1]

3

ข้อสุดท้าย ก็ยังตอบ

No

นะครับ

เคยถือสิทธิ์ปกครองเด็กที่ถือสัญชาติอเมริกาที่อยู่นอกประเทศหรือไม่

[1]

เคยลงคะแนนสนับสนุนอะไรก็ตามที่แย้งกันกับกฎหมายสหรัฐฯหรือไม่

[2]

เคยสละสัญชาติอเมริกาเพื่อเลี่ยงภาษีหรือไม่

[3]

จบคำถามทั้งหมดแล้วนะครับ ก่อนที่จะไปในส่วนของการอัพโหลดรูป บางคนอาจจะสังเกต แต่บางคนอาจจะไม่ได้สังเกต เพราะกรอกเพลินๆ คือในส่วนซ้ายมือ ที่ผมเอากรอบสีเขียวครอบไว้ คือ ข้อมูลทั้งหมดที่เรากรอกมา ซึ่งเราสามารถคลิ๊กย้อนกลับไปดูได้

กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าในส่วนของการอัพโหลดรูป สามารถคลิ๊กด้านล่าง

[1]

ได้เลย

ส่วนด้านบนเป็นเหมือนหัวข้อ เราอยู่หัวข้อไหน แถบด้านบนก็จะแสดงสถานะ

การอัพโหลดรูป กรณีที่รูปของเราไม่ได้มาตรฐาน เราสามารถเข้าไปทำการตัดได้

[1]

หากพร้อมแล้วต้องการอัพโหลด ก็มาคลิ๊กเลือกไฟล์

[2]

แล็วก็กดอัพโหลดไฟล์ที่เราเลือก

[3]

เมื่อไฟล์รูปที่อัพไปใช้ได้ ภาพผ่านมาตรฐาน ก็จะขึ้นเป็นรูปที่เราอัพ

(

ในนี้ผมใช้กราฟฟิกมาปิดไว้เฉยๆนะครับ

)

ก็คลิ๊กใช้รูปนี้ แล้วไปต่อได้เลย

[1]

จากนั้นระบบจะให้เรายืนยันรูปอีกครั้งนะครับ ถ้าเราจะเปลี่ยนใจใช้รูปอื่น ก็เลือกเปลี่ยนรูปได้

[1]

แต่ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็คลิ๊ก

Next

ด้านล่าง เพื่อไปส่วนของการ

Review

ได้เลย

ในส่วนของการรีวิว ก็คือการเช็คข้อมูลที่เรากรอกไปทั้งหมดนะครับ

ควรเช็คดูอีกรอบ ว่าเรามีการกรอกอะไรผิดรึเปล่า โดยเฉพาะ ชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขพาสปอร์ต

ซึ่งตรงนี้สามารถกดปุ่ม

Edit

เพื่อย้อนกลับไปแก้ไขได้นะครับ

(ตรงนี้สามารถเลื่อนข้ามไปเร็วๆได้ครับ ใกล้เสร็จแล้ว)

ตรงนี้เป็นส่วนของสถานที่ยื่นวีซ่าของเรา ต้องดูให้ดีนะครับ ย้ำอีกทีว่าประเทศไทยจะเลือกได้

2

ที่ คือ

BANGKOK

กับ

CHIANG MAI

ขั้นตอนสุดท้าย จะเป็นการ

Sign and Submit

หรือ การเซ็นยืนยัน และ ยื่นแบบฟอร์ม ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการเซ็นแบบอิเล็กทรอนิก หรือ

E-Sign

และ การยื่นออนไลน์ หรือ

Online Submission

ซึ่งระบบก็จะมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ให้เราอ่านและยอมรับก่อน เช่น ให้เรายืนยันว่าเราให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง หรือให้เรายอมรับผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ อะไรประมาณนี้ ก็ต้องยอมรับไป

ก่อนจะยอมรับ จะมีคำถามอีกนิดนึง ว่ามีใครช่วยเราในการกรอกแบบฟอร์มรึเปล่า ถ้าไม่มีก็ตอบ

No

[1]

จากนั้นใส่หมายเลขหนังสือเดินทาง

[2]

แล้วก็ใส่

Code

ตามที่เห็น

[3]

แล้วก็คลิ๊กด้านล่าง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการกรอกข้อมูล

หลังจากนี้ ระบบจะขึ้นหน้า

Confirmation

เพื่อยืนยันว่าเราได้ทำการยื่นใบสมัครออนไลน์แล้ว เราสามารถปริ๊นท์ตัวเอกสารต่างๆออกมาเก็บไว้ได้เลย แต่ต้องระวังด้วยนะครับ เพราะเอกสารบางตัวจะระบุว่าห้ามนำไปในวันสัมภาษณ์

สำหรับการกรอกใบสมัคร วีซ่าอเมริกา หรือ

DS-160

ก็คงจะมีเท่านี้ก่อนนะครับ

ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และขั้นตอนการทำนัดสัมภาษณ์ จะขอมาอธิบายต่อในคราวหน้าครับผม

สุดท้ายนี้หวังว่า ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ม วีซ่าอเมริกา ออนไลน์

(DS-160)

อันนี้จะมีประโยชน์กับคนที่กำลังจะยื่นขอ วีซ่าอเมริกา ไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอบคุณครับ

#วีซ่า #วีซ่าอเมริกา #แบบฟอร์ม #ds160 #form #visa #usvisa #usa

[NEW] Check List การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกา | โทร ไป อเมริกา – Uptechitalia

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยไปอาศัย ทำงานหรือศึกษาต่อมากที่สุด ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกาจำนวนมาก ยิ่งในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดทำให้การซื้อของที่ห้างฯ หรือซุเปอร์มาร์เก็ตไม่สะดวกอีกต่อไป ประกอบกับคนอเมริกันนิยมช้อปปิ้งทางออนไลน์เป็นปกติอยู่แล้ว ทำให้มีมูลค่าการซื้อขายออนไลน์กว่า 709.78 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิม 18% การซื้อขายสินค้าจำพวกอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มที่เติบโตเร็ว และมียอดซื้อพุ่งก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิดด้วย ทั้งหมดนี้ ทำให้ภาพรวมการส่งของไปอเมริกาโดยเฉพาะอาหารแห้งและอาหารแปรรูปนั้นคึกคักมาก

DHL Express จึงทำการรวบรวม Check List การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกา มองหาช่องทางสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริม หรือจะส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปให้เพื่อนๆ ครอบครัวในอเมริกาได้เหมือนกัน 

 

เคล็ดลับการส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาให้ราบรื่น

ข้อแรกที่ต้องรู้คือ อาหารสด ไม่สามารถนำส่งไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายการขนส่งด่วนทางอากาศของ DHL Express ได้ เพราะถือเป็น Perishable goods ซึ่งอาจเน่าเสียในระหว่างขนส่ง ส่วนอาหารแห้งและอาหารแปรรูปสามารถส่งไปอเมริกาได้ และต้องไม่ใช่อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น ยกเว้น ปลาและสัตว์ทะเล

การนำเข้าอาหารประเภทปลาหรือผลิตภัณฑ์ปลาของสหรัฐอเมริกา

อาหารประเภทปลา หรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเนื้อปลา สามารถส่งไปยังอเมริกาได้ ยกเว้น ปลา Siluriformes คือ อันดับปลาหนัง หรือตระกูลปลาหนัง เป็นปลากระดูกแข็ง ปลาประเภทนี้มีจำนวนปลามากถึง 35 วงศ์ และ 2,867 ชนิด ตัวอย่างวงศ์ที่สำคัญและพบในประเทศไทยและไม่สามารถส่งไปอเมริกาได้ ได้แก่

• วงศ์ปลาขยุย (Akysidae) เช่น ปลาขยุย
• วงศ์ปลาดัก (Amblycipitidae) เช่น ปลาดัก
• วงศ์ปลากดทะเล (Ariidae) เช่น ปลาริวกิว, ปลาอุก
• วงศ์ปลากด (Bagridae) เช่น ปลาแขยง ปลากด ปลามังกง
• วงศ์ปลากะแมะ (Chacidae) เช่น ปลากะแมะ
• วงศ์ปลาดุก (Clariidae) เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกอุย
• วงศ์ปลาแค้ขี้หมู (Erethistidae) เช่น ปลาแค้ขี้หมู
• วงศ์ปลาจืด (Heteropneustidae) เช่น ปลาจืด
• วงศ์ปลาแค้ (Sisoridae) เช่น ปลาค้างคาว, ปลายะคุย
• วงศ์ปลาดุกทะเล (Plotosidae) เช่น ปลาดุกทะเล ปลาปิ่นแก้ว
• วงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลาเผาะ ปลาโมง ปลาบึก ปลาเทโพ ปลาเทพา
• วงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbeidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลายอนทอง ปลายอนโล่
• วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาเบี้ยว ปลาสายยู ปลาปีกไก่ ปลาชะโอน ปลาค้าว

 

การส่งอาหารแห้ง หรืออาหารแปรรูป ไปอเมริกา แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. Non-Homemade Product และ 2. Homemade Product  

1. การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade Product ไปอเมริกา 

สำหรับ “Non-Homemade Product” หมายถึง อาหารแปรรูป หรืออาหารแห้ง ที่ผลิตจากโรงงาน และจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เช่น อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งทอด ฯลฯ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในการบริโภคและเหมาะกับการส่งออกเพราะ โดยทั่วไปจะมีบรรจุภัณฑ์มิดชิด ผ่านการรับรองด้านอาหารจากหน่วยงานในท้องถิ่น เก็บได้นาน ข้อควรรู้ในการการขนส่งอาหารประเภท Non-Homemade มีดังนี้ 

1.1 ประเภทของอาหาร และจุดประสงค์ในการส่ง 

• ห้ามส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น
• ห้ามส่งอาหารสด ผักผลไม้ที่ยังไม่ได้ถูกแปรรูปให้เป็นอาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปอื่นๆ 
• ห้ามส่งอาหารหรือสินค้าที่จำเป็นต้องคงสภาพอุณหภูมิหรือเก็บความเย็นเพราะการขนส่งจะไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของสินค้าได้
• ถ้าจะส่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงหรือนมสดไปอเมริกา จะต้องมีใบอนุญาตนำเข้า สหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า USDA Import Veterinary Permit 
• ปลาหรืออาหารทะเลแปรรูป เช่น ปลากระป๋อง หรือขนมปลาเส้น สามารถส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด
• ถ้าต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า) 

1.2. ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การส่งอาหารไปยังต่างประเทศนั้น แม้จะเป็นอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปก็ต้องได้รับการบรรจุหีบห่อที่แน่นหนาโดยการซีลหรือปิดสุญญากาศ  (Vacuum Packaging) เพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือซึมเลอะของอาหารในระหว่างการขนส่ง 

1.3. ฉลากอาหาร (Label): ต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

• ชื่อสินค้า (Product name) 
• ชื่อ และ ที่อยู่ผู้ผลิต (Manufacturer name & address) 
• ส่วนผสม (Ingredients) 
• น้ำหนัก (Net Weight)
• วันหมดอายุ (Expiry Date) 
• ประเทศที่ผลิต (Country of Origin) 

Tips: เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกา แนะนำให้สแกนฉลากอาหาร และปรินท์แนบไปกับ invoice เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบของศุลกากรขาเข้าของฝั่งอเมริกา  

1.4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade 

• ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก 
• ไม่ต้องดำเนินพิธีการขาออก 
• ปริมาณในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade 

o การส่งไปให้บุคคล (ไม่ใช่เพื่อขายให้กับบริษัท) ให้จัดส่งใน “ปริมาณที่เหมาะสม” หรือปริมาณเหมาะสำหรับการบริโภคต่อคน (ตามดุลพินิจของศุลกากร) 
o การส่งออกโดยระบุว่าส่งไปเพื่อการค้าขาย สามารถส่งได้ไม่จำกัดจำนวน 

• การระบุมูลค่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะต้องระบุมูลค่าตามจริง โดยหากมีมูลค่าเกิน $800 จะต้องทำ Prior Notice ก่อนส่งสินค้า 

 

2. การขนส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูป แบบ Homemade product ไปสหรัฐอเมริกา

Homemade product คืออาหารที่ผลิตหรือทำเองจากที่บ้าน หรือในครัวเรือน เช่น ผลิตภัณฑ์ OTOP หรือขนมที่ทำเองจากที่บ้าน เช่น คุกกี้ ขนมปังกรอบ เป็นต้น 

2.1. ประเภทของอาหารและจุดประสงค์ในการส่งอาหาร

• การส่งออกอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปอเมริกา จะต้องเป็นการส่งออกเพื่อบุคคลถึงบุคคลเท่านั้น ห้ามเป็นการส่งออกเพื่อนำไปทำการค้าโดยเด็ดขาด
• ปริมาณที่ส่งออกต้องถูกจำกัดปริมาณ เพื่อความเป็นไปได้และเหมาะสมในการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น
• สามารถส่งปลา หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลา และสัตว์ทะเลไปอเมริกาได้ แต่ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด 
• หากต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า) 
• การส่งนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงต้องมีใบอนุญาตเหมือน Non-Homemade เช่นกัน 

2.2 ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การห่อหรือบรรจุภัณฑ์ จะต้องได้รับการหีบห่อที่แน่นหนา โดยการซีล หรือปิดสุญญากาศ (Vacuum Packaging)  เสมือนกับการส่งผลิตภัณฑ์ Non-Homemade  

2.3. ฉลากอาหาร (Label): ต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

• ป้ายชื่อสินค้า (Product name) 
• ระบุว่าเป็น Homemade บน Invoice  

2.4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Homemade 

• ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก 
• ไม่ต้องเดินพิธีการขาออก 
• ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากร 
• ไม่จำกัดมูลค่าในการส่ง แต่หากเกิน $800 ต้องทำ Prior Notice ก่อนการส่งสินค้า

 

เพื่อป้องกันความล่าช้าในการส่งอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปอเมริกา ผู้ส่งต้องเตรียมเอกสารหรือข้อมูลในการจัดส่งที่ต้องใช้ เพราะอเมริกามีการควบคุมการนำเข้าพัสดุประเภทอาหารอย่างเข้มงวด อย่าลืมเลือกผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์อย่าง DHL Express ที่ให้บริการส่งของไปต่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่ครอบคลุม 220 ประเทศทั่วโลก ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ดูแลท่านหรือสอบถาม รับคำแนะนำในการจัดส่งเอกสารและพัสดุไปทั่วโลกผ่าน Live Chat หรือโทร 02-345-5000 

อัพเดทข้อมูลล่าสุด 27 มกราคม 2564 


ทะเลดองอเมริกา วิธีกินแบบนิพพาน ร้านเด็ดในแอลเอ #มอสลา |Soy Sauce Marinated Seafood in KTown,LA 2021


มอสลาEats ร้านอาหารอเมริกา ร้านอาหารLA
อเมริกาที่นี่ก็มี ปูดองซีอิ้วเกาหลีแบบต้นฉบับคนเกาหลี พร้อมวิธีกินให้ฟินนนนหลายแบบ
ร้านในย่าน KoreaTown ในเมือง Los Angeles รัฐแคลิฟอร์เนีย อเมริกา
Crab House 923 S Vermont Ave,LACA 90006
FB Page อร่อยบอกต่อแอลเอ

ขอบคุณทุกคนที่กด Like กดติดตาม Subscribed ให้มอร์สด้วยนะคะ 🙂
Thank you for supporting me
📍ช่องทางติดตาม FOLLOW ME ON SOCIAL MEDIA
Facebook Page ➪https://www.facebook.com/Mossala101/
Instagram ➪ https://instagram.com/mossala101
Contact Email ➪ [email protected]

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ทะเลดองอเมริกา วิธีกินแบบนิพพาน ร้านเด็ดในแอลเอ #มอสลา |Soy Sauce Marinated Seafood in KTown,LA 2021

โทรออกได้ ฟรีทุกประเทศ ใช้ได้จริง 101%


เราจะบอกให้คุณรู้ว่าคุณสามารถที่จะ ใช้โทรศัพท์มือถือโทรออก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือจะเป็นนอกประเทศก็ได้แบบไม่เสียเงินเลย อีกอย่างผู้ที่รับสายไม่จำเป็นต้องมีเน็ตด้วย ก็สามารถที่จะรับสายได้.
โทรออกฟรี โทรออกฟรีทุกประเทศ โทรฟรีในประเทศไทย โทรออกไม่เสียตัง

โทรออกได้ ฟรีทุกประเทศ ใช้ได้จริง 101%

อิสราเอล Ep.0 ประเทศที่ไปยากที่สุดในชีวิต!!! | Nn.lardapha


กดติดตาม Naan Lardapha (น้องนี) ได้ที่นี่
YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCHLFl3o1iPztxqAlDB0Cieg
Facebook: https://www.facebook.com/nn.lardapha/
Instagram: https://www.instagram.com/nn.lardapha/?hl=en
Nnlardapha เตรียมตัวไปอิสราเอล น้องนี น้องแนน แนนลดา Naan

อิสราเอล Ep.0 ประเทศที่ไปยากที่สุดในชีวิต!!! | Nn.lardapha

ขั้นตอน และเงื่อนไข การเดินทางเข้าไทย ธันวาคม 64 สำหรับคนไทย และชาวต่างชาติ | GoNoGuide Reopen


อ้างอิง
https://hague.thaiembassy.org/th/content/goingtothailand1nov21?cate=5f4cc41880d7525ade115872
https://www.facebook.com/ThaiConsular/posts/2371253719678429
https://www.facebook.com/ThaiMFA/posts/6851660974873852
[email protected]
[email protected]
https://www.facebook.com/RoyalThaiEmbassySeoul/posts/278269614347688
วิธีลงทะเบียน Thailand Pass อย่างละเอียด อัพเดท ธค 64
https://youtu.be/ohECd6JSBCI
วิธีซื้อประกันสุขภาพ เข้าไทย วงเงิน 50,000 USD
https://youtu.be/l3nJiIdzYHU

สมัครเป็นสมาชิกพิเศษ สนับสนุน GoNoGuide
https://www.youtube.com/channel/UCsY2aYmPTj7mpJXpZ1FU2MQ/join
🔼🔼🔼🔼🔼🔼🔼
ผู้สนับสนุนค่าขนม ขึ้นไป
มีตราอยู่หลังชื่อ เมื่อมีการคอมเม้นท์
ใส่อิโมจิ \”อ๊อบ เวอร์ชั่นหล่อกว่าตัวจริง\” ได้
◾◾◾◾◾◾◾
ผู้สนับสนุนค่าเดินทาง ขึ้นไป
เหมือนค่าขนม
เพิ่มเติมคือ ได้ดูวิดีโอสั้นที่ไม่ได้ตัดต่อ (Footage) และรูปภาพ อัพเดทแบบล่าสุด ลงในยูทูปคอมมูนิตี้
◾◾◾◾◾◾◾
ผู้สนับสนุนค่าเข้าสถานที่ ขึ้นไป
เหมือนค่าเดินทาง
เพิ่มเติมคือ มีการโพสต์ชื่อช่องของผู้สนับสนุน ลงในยูทูปคอมมูนิตี้
◾◾◾◾◾◾◾
ผู้สนับสนุนค่าที่พัก
เหมือนทุกกลุ่ม
เพิ่มเติมคือ มีการใส่ชื่อช่องของผู้สนับสนุน ลงในท้ายวิดีโอรีวิวเที่ยว
◾◾◾◾◾◾◾
ปล. ทุกอย่างเหมือนเดิมนะครับ ไม่ได้สมัครก็ดูได้เหมือนเดิม แค่กดเข้ามาชม จิ้มไลค์ ฝากคอมเม้นท์ ก็ถือว่าสนับสนุนแล้ว
➖➖➖
🚩สนับสนุน GoNoGuide https://www.gonoguide.com/support/
➖➖➖
🚩รวมลิงค์วิธีขอวีซ่า https://www.gonoguide.com/visa/
➖➖➖
🚩ข้อมูลการเดินทาง ช่วงโควิด https://www.gonoguide.com/reopen/
➖➖➖

ติดตาม GoNoGuide
💗Facebook GoNoGuide
https://www.facebook.com/gonoguide/
💗Website GoNoGuide
http://www.gonoguide.com/
💗Instagram GoNoGuide
https://www.instagram.com/gonoguide/
💗Youtube GoNoGuide
http://bit.ly/subsyt
💗Youtube GoNoGuide Trips
http://bit.ly/2N9xWJZ
💗GoNoGuide แฟนฝรั่ง กลุ่มเฉพาะแฟนต่างชาติ เยี่ยมเยียน
https://bit.ly/2OPxocR
💗Twitter @GoNoGuide
https://twitter.com/GoNoGuide
💗TikTok @GoNoGuide
https://www.tiktok.com/@gonoguide

GoNoGuide GoNoGuideReopen

ขั้นตอน และเงื่อนไข การเดินทางเข้าไทย ธันวาคม 64 สำหรับคนไทย และชาวต่างชาติ | GoNoGuide Reopen

วิธีหาเบอร์โทรศัพท์ในอเมริกาคะ#1


วิธีหาเบอร์โทรศัพท์ในอเมริกาคะ#1

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGame

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ โทร ไป อเมริกา

Leave a Reply

Your email address will not be published.